ภาษา:
ไทย
HanCam · เครื่องมือ
พยัญชนะพินอินและสระ: ฝึกอ่านทีละเสียง
ภาษาจีนไม่มีตัวอักษรแบบ ก-ฮ แต่เขียนด้วยตัวอักษรจีน
แตะเสียงเพื่อฟัง
ริมฝีปาก
ปลายลิ้น
โคนลิ้น
หน้าลิ้นกับเพดานแข็ง
ม้วนปลายลิ้น
ปลายลิ้นหลังฟัน
กึ่งสระ
สระเดี่ยว
สระประสม
สะกดด้วย n หรือ ng
er และ i แบบพิเศษ
ขึ้นต้นด้วย i
ขึ้นต้นด้วย u
ขึ้นต้นด้วย ü
เสียงที่เลือก
วิธีออกเสียง
คือเสียง ป ไม่ใช่ บ: ไม่มีลม และไม่ก้องแบบ บ ของไทย ลองเอามือไว้หน้าปาก แทบไม่รู้สึกลม
ระวัง
อ่านเป็น บ ตามรูปอักษร เสียงจะก้องและหนักเกินไป ให้อ่านเป็น ป เบาๆ เช่น bàba ฟังคล้าย "ป้า ปะ"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คือเสียง พ: ป ที่มีลมพ่นออกมาแรงๆ
ระวัง
ลมน้อยเกินไปจนกลายเป็น b: pǎo "วิ่ง" กับ bǎo "อิ่ม" ต่างกันแค่ลมที่พ่นออกมา
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน ม ในภาษาไทย
ระวัง
ไม่มีพยางค์ที่สะกดด้วย ม แบบ "สาม" ในภาษาไทย: 三 sān สะกดด้วย n เหมือน "ซาน"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน ฟ ในภาษาไทย: ฟันบนแตะริมฝีปากล่าง
ระวัง
ไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับคนไทย แค่จำไว้ว่า f ไม่ตามด้วย i หรือ ü: ไม่มีพยางค์ fi หรือ fü ในภาษาจีนกลาง
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คือเสียง ต ไม่ใช่ ด: ไม่มีลม และไม่ก้อง
ระวัง
อ่านเป็น ด ตามรูปอักษร ให้อ่านเป็น ต เช่น dà "ใหญ่" ฟังคล้าย "ต้า" ไม่ใช่ "ด้า"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คือเสียง ท: ต ที่มีลมพ่นออกมาแรงๆ
ระวัง
อ่านเป็น ต ไม่มีลม จะฟังเป็น d: tǎ "เจดีย์" จะกลายเป็น dǎ "ตี"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน น ในภาษาไทย
ระวัง
สลับ n กับ l: nǐ "คุณ" กับ lǐ "ข้างใน" เป็นคนละคำ ทางใต้ของจีนบางถิ่นก็ออกเสียงสลับกัน
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน ล ในภาษาไทย
ระวัง
อ่านเป็น ร หรือสลับกับ น: lǎoshī "ครู" ขึ้นต้นด้วย ล ชัดๆ ปลายลิ้นแตะปุ่มเหงือก
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คือเสียง ก: ไม่มีลม และไม่ก้อง
ระวัง
ไม่ค่อยผิด เพราะคนไทยมักอ่าน g เป็น ก อยู่แล้ว แค่อย่าพ่นลมจนเป็น ค: gǒu "หมา" กับ kǒu "ปาก" ต่างกันที่ลม
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คือเสียง ค: ก ที่มีลมพ่นออกมาแรงๆ
ระวัง
ลมน้อยเกินไปจนกลายเป็น ก: kǒu "ปาก" จะฟังเป็น gǒu "หมา"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คล้าย ฮ แต่ลมเสียดที่โคนลิ้นกับเพดานอ่อน ฟังหยาบกว่า ฮ ของไทยเล็กน้อย คล้าย ค ที่ลากลมยาว
ระวัง
อ่านเป็น ฮ เบาๆ แบบไทย คนจีนยังเข้าใจ แต่ฟังไม่เป็นธรรมชาติ ให้มีเสียงเสียดที่คอเล็กน้อย
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คล้าย จ แต่ปลายลิ้นวางหลังฟันล่าง หน้าลิ้นแนบเพดานแข็ง และฉีกปากเหมือนยิ้ม ไม่มีลม
ระวัง
อ่านเป็น จ แบบห่อปาก หรือเป็น "เจ" แบบภาษาอังกฤษ: jī "ไก่" คือ จี ที่ลิ้นแบนและฉีกปาก
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คล้าย ช แต่ลิ้นแบน ฉีกปาก และพ่นลมแรง
ระวัง
อ่านเป็น ค หรือ "คิว" ตามรูปอักษร q ไม่ใช่เสียง ค: qī "เจ็ด" ฟังคล้าย "ชี"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คล้าย ซ แต่นุ่มกว่า: หน้าลิ้นยกขึ้นใกล้เพดาน ฉีกปาก อยู่ระหว่าง ซ กับเสียง sh
ระวัง
อ่านเป็น "เอ็กซ์" หรือ "คซ" ตามรูปอักษร xièxie "ขอบคุณ" ขึ้นต้นด้วยเสียง ซ นุ่มๆ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คล้าย จ แต่ม้วนปลายลิ้นขึ้นไปแตะเพดาน ไม่มีลม
ระวัง
อ่านเป็น จ ธรรมดาไม่ม้วนลิ้น จนฟังเหมือน z หรือ j: Zhōngguó "จีน" ต้องม้วนลิ้น
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คล้าย ช แต่ม้วนปลายลิ้นขึ้น และพ่นลมแรง
ระวัง
อ่าน chī "กิน" กับ qī "เจ็ด" เป็น ชี เหมือนกัน ch ต้องม้วนลิ้น ส่วน q ลิ้นแบนและฉีกปาก
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คล้าย ซ แต่ม้วนปลายลิ้นขึ้น ฟังคล้าย "ช" ที่ลากลมยาว
ระวัง
อ่านเป็น ซ ธรรมดา จนสับสนกับ s หรือ x: shì "เป็น" ต้องม้วนลิ้น ส่วน sì "สี่" ไม่ม้วน
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ภาษาไทยไม่มีเสียงนี้: ม้วนลิ้นแบบ sh แล้วเปล่งเสียงให้ก้องเบาๆ ไม่ใช่ ร และไม่ใช่ ล
ระวัง
อ่านเป็น ร ลิ้นรัว หรือ ล: rè "ร้อน" ไม่ใช่ "เร่อ" แต่เป็นเสียงม้วนลิ้นนุ่มๆ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ภาษาไทยไม่มีเสียงนี้: ปลายลิ้นแตะหลังฟันบน แล้วออกเสียง ต กับ ซ ติดกันเป็นเสียงเดียว ไม่มีลม
ระวัง
อ่านเป็น จ หรือ ซ: zài "ที่" ไม่ใช่ "ไจ้" หรือ "ไซ่" แต่เป็นเสียง "ตซ" ที่ปลายลิ้นอยู่หลังฟัน
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน z (ตซ) แต่พ่นลมแรง
ระวัง
อ่านเป็น ค หรือ ซ ตามรูปอักษร c ไม่ใช่เสียง ค: cài "อาหาร" คือ "ตซ" ที่มีลม
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน ซ ในภาษาไทย
ระวัง
อ่าน si เป็น "ซี" sì "สี่" ออกเสียงคล้าย "ซื่อ" (ดู i แบบพิเศษ)
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน ย ในภาษาไทย ใช้ขึ้นต้นพยางค์ที่เริ่มด้วย i หรือ ü เช่น yī "หนึ่ง"
ระวัง
อ่าน yu เป็น "ยู" yu คือ ü: วางลิ้นแบบ อี แล้วห่อปาก
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน ว ในภาษาไทย ใช้ขึ้นต้นพยางค์ที่เริ่มด้วย u เช่น wǒ "ฉัน"
ระวัง
ใน wǔ "ห้า" ตัว w เป็นแค่วิธีเขียน u: อ่านว่า "อู่" ไม่ต้องมีเสียง ว ชัด
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อา ในภาษาไทย อ้าปากกว้าง
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ใกล้ "โอ" ห่อปากกลม หลัง b, p, m, f มีเสียงอูสั้นๆ นำ จึงฟังคล้าย "ปัว"
ระวัง
อ่านเป็น ออ อ้าปากกว้างเกินไป o ของ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
คือ เออ ของไทย: hē "ดื่ม" ฟังคล้าย "เฮอ"
ระวัง
อ่านเป็น เอ ตามรูปอักษร e ทั่วไปคือ เออ มีแค่ใน ie, üe และ ei ที่ e ใกล้เสียง เอ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อี ในภาษาไทย
ระวัง
หลัง z, c, s, zh, ch, sh, r ตัว i ไม่ได้อ่านว่า อี แต่ใกล้ อือ (ดู i แบบพิเศษ)
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อู ในภาษาไทย ห่อปากกลม
ระวัง
หลัง j, q, x และ y ตัว u ที่จริงคือ ü: qù "ไป" ไม่ใช่ "ชู่" แต่ห่อปากแบบ ü
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
วางลิ้นแบบ อี แล้วห่อปากแบบ อู ภาษาไทยไม่มีเสียงนี้
ระวัง
อ่านเป็น อือ หรือ อู ซึ่งผิดทั้งคู่: lǜ "เขียว" กับ lù "ถนน" และ nǚ "หญิง" กับ nǔ "พยายาม" เป็นคนละคำ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน ไอ ในภาษาไทย
ระวัง
อ่านเป็น แอ หรือ เอ: bái "ขาว" ฟังคล้าย "ไป๋" ไม่ใช่ "แบ"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน เอย ในภาษาไทย
ระวัง
อ่านเป็น เอ ยาวๆ ไม่มีเสียงท้าย: hēi "ดำ" คือ "เฮย"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อาว ในภาษาไทย
ระวัง
อ่านแยกเป็นสองพยางค์ "อา-โอ" hǎo "ดี" เป็นพยางค์เดียว ฟังคล้าย "ห่าว"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน โอว ในภาษาไทย
ระวัง
อ่านเป็น อู หรือ เอา: dōu "ล้วน" คือ "โตว" ไม่ใช่ "ตู" หรือ "เตา"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อัน ในภาษาไทย
ระวัง
สะกดด้วย ng แทน n: fàn "ข้าว" กับ fàng "วาง" เป็นคนละคำ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน เอิน ในภาษาไทย
ระวัง
อ่านเป็น เอน ตามรูปอักษร mén "ประตู" คือ "เหมิน" ไม่ใช่ "เมน"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อัง ในภาษาไทย
ระวัง
สะกดด้วย n แทน ng เมื่อพูดเร็ว: máng "ยุ่ง" ต้องจบด้วยเสียง ง ชัด
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน เอิง ในภาษาไทย
ระวัง
อ่านเป็น เอง ตามรูปอักษร lěng "หนาว" คือ "เหลิง" fēng "ลม" คือ "เฟิง"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ใกล้ อง หรือ อุง ในภาษาไทย ห่อปากกลม: zhōng ฟังคล้าย "จง" แบบม้วนลิ้น
ระวัง
อ่านเป็น ออง อ้าปากกว้าง ong ห่อปากแคบกว่า ใกล้ อุง
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน เออ แล้วม้วนลิ้นขึ้นระหว่างออกเสียง คล้าย เออร์
ระวัง
แยกเป็น เออ แล้วตามด้วย ร èr "สอง" ออกเสียงรวดเดียว
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
หลัง z, c, s, zh, ch, sh, r ตัว i ไม่ใช่ อี แต่ใกล้ อือ: sì "สี่" ฟังคล้าย "ซื่อ" shì ฟังคล้าย "ชื่อ" แบบม้วนลิ้น
ระวัง
อ่านเป็น อี: si ไม่ใช่ "ซี" และ shi ไม่ใช่ "ชี" ให้ค้างเสียงพยัญชนะแล้วเปล่งเสียงต่อ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อี ต่อ อา เร็วๆ เป็นเสียงเดียว คล้าย "ยา": jiā "บ้าน" ฟังคล้าย "เจีย" ที่ลงท้ายด้วย อา
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน "เอีย" แต่ปลายเป็นเสียง เอ: xiè ฟังคล้าย "เซี่ย"
ระวัง
อ่านแยกเป็น "อี-เอ" สองพยางค์ xièxie "ขอบคุณ" อ่านรวดเดียวว่า "เซี่ยเซีย"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน เอียว ในภาษาไทย: xiǎo "เล็ก" ฟังคล้าย "เสี่ยว"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ย่อมาจาก iou ฟังคล้าย "อิว" ที่มีเสียง โอ แทรก: liù "หก" ฟังคล้าย "ลิ่ว"
ระวัง
อ่านเป็น "อิว" สั้นๆ จนเสียง o หาย ใน jiǔ "เก้า" ยังมีเสียง โอ เบาๆ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน "เอียน" a เปลี่ยนเป็นเสียง เอ: tiān "ฟ้า" ฟังคล้าย "เทียน"
ระวัง
อ่านตามรูปอักษรเป็น "อี-อัน" qián "เงิน" คือ "เฉียน" ไม่ใช่ "ฉี-อัน"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อิน ในภาษาไทย
ระวัง
สะกดด้วย ng แทน n: xīn "หัวใจ" กับ xīng "ดาว" เป็นคนละคำ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน เอียง ในภาษาไทย แต่ปลายเป็น อัง ชัด: xiǎng "คิด" ฟังคล้าย "เสี่ยง"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อิง ในภาษาไทย
ระวัง
สะกดด้วย n แทน ng: tīng "ฟัง" ต้องจบด้วยเสียง ง
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน "อี" ต่อ "อง" คล้าย "ยง": yòng "ใช้" ฟังคล้าย "ย่ง"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อู ต่อ อา คล้าย "วา": huā "ดอกไม้" ฟังคล้าย "ฮวา"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน อัว หรือ "วอ": duō "มาก" ฟังคล้าย "ตัว"
ระวัง
อ่านแยกเป็น "อู-โอ" สองพยางค์ duō เป็นพยางค์เดียว
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน "วาย": kuài "เร็ว" ฟังคล้าย "ไคว่"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ย่อมาจาก uei ฟังคล้าย "เวย": guì "แพง" ฟังคล้าย "กุ้ย" ที่มีเสียง เอ แทรก
ระวัง
อ่านเป็น "อุย" สั้นๆ จนเสียง e หาย duì "ถูก" ฟังคล้าย "ตุ้ย" ที่มีเสียง เอ เบาๆ ตรงกลาง
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน "วาน" หรือ อวน: wǎn "เย็น" ฟังคล้าย "หว่าน" หลัง j, q, x, y ตัวสะกดเดียวกันคือ üan
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ย่อมาจาก uen ฟังคล้าย "เวิน": wèn "ถาม" หลัง j, q, x, y ตัวสะกดเดียวกันคือ ün
ระวัง
อ่านเป็น "อุน" สั้นๆ chūn "ฤดูใบไม้ผลิ" มีเสียง เออ เบาๆ ระหว่าง u กับ n
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน "วาง": huáng "เหลือง" ฟังคล้าย "หวง"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
เหมือน "เวิง" มีแค่รูป weng ในไม่กี่คำ เช่น wēng "ชายชรา"
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ü ต่อด้วย เอ คล้าย "เยว่": หลัง j, q, x, y เขียนว่า ue เช่น xué "เรียน"
ระวัง
อ่านเป็น "อู-เอ" xué ต้องขึ้นต้นด้วย ü ที่ห่อปาก ลิ้นแบบ อี
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ü ต่อด้วย "เอียน" คล้าย "เยวียน": หลัง j, q, x, y เขียนว่า uan เช่น quán "ทั้งหมด"
ระวัง
อ่านเป็น "วาน" แบบ guān yuǎn "ไกล" กับ wǎn "เย็น" เป็นคนละคำ
คำตัวอย่าง
วิธีออกเสียง
ü ต่อด้วย น คล้าย "ยฺวิน": หลัง j, q, x, y เขียนว่า un เช่น jūn "ทหาร"
ระวัง
อ่านเป็น "อุน" หรือ "ยุน" yún "เมฆ" ต้องห่อปากแบบ ü
คำตัวอย่าง
เบราว์เซอร์ของคุณไม่มีเสียงอ่านภาษาจีนในตัว ปุ่มฟังเสียงในหน้านี้จึงไม่มีเสียง iPhone, iPad และ Mac มีเสียงนี้ติดมากับเครื่อง ในอุปกรณ์อื่น เพิ่มเสียงอ่านภาษาจีนได้ในการตั้งค่าเสียงพูดของระบบ
เสียงอ่านอ่านตัวอักษรจีน ไม่ได้อ่านตัวอักษรโรมัน พยัญชนะแต่ละตัวจึงเล่นด้วยพยางค์ที่ครูจีนใช้สอน: b คือ 玻 bō, p คือ 坡 pō, m คือ 摸 mō, f คือ 佛 fó ส่วนสระเล่นเป็นพยางค์เต็ม เช่น 鹅 é
ภาษาจีนบนกระดาษ ป้าย หรือเมนู? HanCam อ่านได้ทันทีด้วยกล้อง iPhone ของคุณ แล้วแสดงตัวอักษร
เครื่องมือนี้ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ สิ่งที่คุณพิมพ์หรือวางจะไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์
ภาษาจีนมีตัวอักษรแบบ ABC ไหม?
ไม่มี ภาษาจีนเขียนด้วยตัวอักษรจีน (ฮั่นจื้อ) ตัวหนึ่งแทนพยางค์หนึ่งที่มีความหมาย ไม่ได้แทนเสียงเดียว และมีอยู่หลายพันตัว จึงจำแบบตัวอักษร ก-ฮ ไม่ได้
สิ่งที่มักเรียกกันว่าตัวอักษรภาษาจีนคือ
ที่ไต้หวัน เด็กๆ เรียนเสียงด้วยสัญลักษณ์
ตัวอักษรพินอิน: 26 ตัว
- Aaㄚa
- Bb
ㄅㄝ bê - Cc
ㄘㄝ cê - Dd
ㄉㄝ dê - Eeㄜe
- Ff
ㄝㄈ êf - Gg
ㄍㄝ gê - Hh
ㄏㄚ ha - Iiㄧi
- Jj
ㄐㄧㄝ jiê - Kk
ㄎㄝ kê - Ll
ㄝㄌ êl - Mm
ㄝㄇ êm - Nn
ㄋㄝ nê - Ooㄛo
- Pp
ㄆㄝ pê - Qq
ㄑㄧㄡ qiu - Rr
ㄚㄦ ar - Ss
ㄝㄙ ês - Tt
ㄊㄝ tê - Uuㄨu
- Vv
ㄪㄝ vê - Ww
ㄨㄚ wa - Xx
ㄒㄧ xi - Yy
ㄧㄚ ya - Zz
ㄗㄝ zê
ในชีวิตประจำวันแทบไม่มีใครใช้ชื่อเหล่านี้ ครูอ่านพยัญชนะตามเสียง (bo, po, mo, fo) และหลายคนเรียกชื่อตัวอักษรแบบภาษาอังกฤษ
พยัญชนะต้น 23 ตัว
พยัญชนะต้นคือเสียงที่ขึ้นต้นพยางค์ โรงเรียนในจีนสอน 23 ตัว: พยัญชนะ 21 ตัวในตาราง
| ริมฝีปาก | b 玻 bō p 坡 pō m 摸 mō f 佛 fó |
|---|---|
| ปลายลิ้น | d 得 dé t 特 tè n 讷 nè l 勒 lè |
| โคนลิ้น | g 哥 gē k 科 kē h 喝 hē |
| หน้าลิ้นกับเพดานแข็ง | j 基 jī q 欺 qī x 希 xī |
| ม้วนปลายลิ้น | zh 知 zhī ch 蚩 chī sh 诗 shī r 日 rì |
| ปลายลิ้นหลังฟัน | z 资 zī c 雌 cí s 思 sī |
| กึ่งสระ | y 衣 yī w 乌 wū |
คู่ b กับ p, d กับ t, g กับ k, j กับ q, zh กับ ch, z กับ c ต่างกันแค่อย่างเดียว คือตัวหลังมีลมพ่นออกมา ทั้งสองตัวไม่ก้อง คล้าย ป กับ พ, ต กับ ท, ก กับ ค ในภาษาไทย
สามกลุ่มที่ใกล้กันคือส่วนที่ยากที่สุด: j, q, x ลิ้นแบนและฉีกปาก, zh, ch, sh, r ม้วนปลายลิ้นขึ้น, z, c, s ปลายลิ้นอยู่หลังฟัน
สระ
สระ (ยฺวิ่นหมู่) คือส่วนที่เหลือของพยางค์: สระเดี่ยว สระสองหรือสามตัว หรือสระที่สะกดด้วย n หรือ ng นักภาษาศาสตร์นับได้ราว 35 ตัว แบบเดียวกับตาราง
| สระเดี่ยว | a o e i u ü |
|---|---|
| สระประสม | ai ei ui ao ou iu ie üe |
| สระ er | er |
| สะกดด้วย n | an en in un ün |
| สะกดด้วย ng | ang eng ing ong |
| พยางค์อ่านรวบ | zhi chi shi ri zi ci si yi wu yu ye yue yuan yin yun ying |
พยางค์อ่านรวบอ่านเป็นก้อนเดียว ไม่ต้องแยกสะกด: zhi, chi, shi, ri, zi, ci, si ลงท้ายด้วย i แบบพิเศษ ส่วน yi, wu, yu, ye, yue, yuan, yin, yun, ying เขียนด้วย y หรือ w ในเครื่องมือด้านบน สระจัดกลุ่มตามเสียงแรกแทน
กฎการเขียน: y, w, ü และรูปย่อ
- พยางค์ที่ขึ้นต้นด้วย i, u หรือ ü เขียนด้วย y หรือ w: i เป็น yi, ia เป็น ya, u เป็น wu, ua เป็น wa, ü เป็น yu
- ü ตัดจุดออกหลัง j, q, x และ y เพราะ u ธรรมดาไม่ตามหลังตัวเหล่านี้: ju, qu, xu, yu อ่านด้วย ü ทั้งหมด หลัง n และ l มีทั้งสองแบบ จึงคงจุดไว้: nü กับ nu, lü กับ lu
- สระสามตัวเขียนย่อเมื่ออยู่หลังพยัญชนะ: iou เขียนเป็น iu (liu), uei เป็น ui (gui), uen เป็น un (lun) แต่สระตรงกลางยังออกเสียงเบาๆ
- เครื่องหมาย ’ บอกจุดเริ่มพยางค์เมื่ออาจสับสน: Xi’an (ซีอาน) คือสองพยางค์ xī’ān ส่วน xian คือพยางค์เดียว
- เครื่องหมายวรรณยุกต์อยู่บน a ถ้าไม่มี a อยู่บน e หรือบน o ของ ou นอกนั้นอยู่บนสระตัวสุดท้าย: hǎo, xiè, gǒu, guì, liù
เสียงที่คนไทยมักอ่านผิด
ภาษาไทยมีเสียงที่ใกล้
- b, d, g ไม่ใช่ บ, ด: ที่จริงคือ ป, ต, ก ส่วน p, t, k คือ พ, ท, ค คู่เสียงมีลมกับไม่มีลมนี้ภาษาไทยมีอยู่แล้ว แค่อย่าอ่านตามรูปอักษร
- zh, ch, sh, r: ต้องม้วนปลายลิ้นขึ้น คนไทยมักออกเป็น จ, ช, ซ ธรรมดา ซึ่งฟังเหมือน z, c, s หรือ j, q, x
- r ไม่ใช่ ร และไม่ใช่ ล: เป็นเสียงม้วนลิ้นแบบ sh ที่เปล่งเสียงให้ก้อง ลิ้นไม่รัว
- z, c กับ j, q: ภาษาไทยไม่มีเสียง "ตซ" ของ z, c คนไทยจึงมักใช้ จ, ช แทนทั้งหมด z, c ปลายลิ้นแตะหลังฟันบน ส่วน j, q ลิ้นแบนและฉีกปาก
- ü และสระประสม: ü ไม่ใช่ อือ หรือ อู แต่เป็น อี ที่ห่อปาก ui อ่านคล้าย "เวย" ไม่ใช่ "อุย" un อ่านคล้าย "เวิน" และ ian อ่านคล้าย "เอียน"
วรรณยุกต์: เครื่องหมายบนสระ
ทุกพยางค์มีวรรณยุกต์ที่เปลี่ยนความหมาย เหมือนภาษาไทย: mā "แม่", má "ป่าน", mǎ "ม้า", mà "ด่า"
ทุกพยางค์ และพินอินของข้อความใดก็ได้
หน้านี้อธิบายทีละเสียง ตาราง
อยากรู้
พินอินของภาษาจีนรอบตัวคุณ
รู้วิธีออกเสียงแล้วจะได้ประโยชน์เมื่อมี
ส่อง iPhone ไปที่ภาษาจีนแล้วดู
ฟรี: อ่านได้ไม่จำกัด คัดลอกได้วันละ 10 ครั้ง Premium ซื้อครั้งเดียว ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใช้ได้บน iPhone และ iPad ที่มี iOS 18 ขึ้นไป
คำถามและคำตอบ
ภาษาจีนมีตัวอักษรแบบ ABC ไหม?
ไม่มี ภาษาจีนเขียนด้วยตัวอักษรจีน แต่ละตัวคือพยางค์ที่มีความหมาย
ตัวอักษรพินอินมีกี่ตัว?
ใช้อักษรโรมัน 26 ตัว เพิ่ม ü อีกตัว v ใช้แค่กับคำต่างประเทศและใช้พิมพ์แทน ü ส่วนเสียงนับต่างออกไป: โรงเรียนจีนสอนพยัญชนะต้น 23 ตัวและสระ 24 ตัว ตาราง
q, x, zh และ c ในพินอินออกเสียงอย่างไร?
q คล้าย ช ที่พ่นลม x คล้าย ซ นุ่มๆ ทั้งสองตัวลิ้นแบนและฉีกปาก zh คล้าย จ ที่ม้วนลิ้น c คือเสียง "ตซ" ที่พ่นลม ไม่ใช่ ค
ü ในพินอินคืออะไร และพิมพ์อย่างไร?
ü คือการวางลิ้นแบบ อี แล้วห่อปากแบบ อู เหมือน u ของฝรั่งเศสหรือ ü ของเยอรมัน ไม่ใช่ อือ หลัง j, q, x และ y เขียนโดยไม่มีจุด คีย์บอร์ด
พินอินอ่านแบบอักษรโรมันได้เลยไหม?
ได้แค่บางส่วน m, n, l, f, s, y, w ใกล้เคียง แต่หลายตัวแทนเสียงอื่น: b, d คือ ป, ต ไม่ใช่ บ, ด q, x, c, z, zh, r ไม่ใช่เสียงที่คนอ่านอักษรโรมันคาดไว้ และ e คือ เออ
พินอินมีพยัญชนะต้นและสระกี่ตัว?
โรงเรียนจีนสอนพยัญชนะต้น 23 ตัว (รวม y และ w) สระ 24 ตัว และพยางค์อ่านรวบ 16 พยางค์ นักภาษาศาสตร์นับพยัญชนะ 21 ตัวและสระราว 35 ตัว รวมกันได้ราว 400 พยางค์ และมากกว่า 1200 เมื่อนับวรรณยุกต์
เสียงในหน้านี้มาจากไหน?
มาจากเสียงอ่านภาษาจีนของอุปกรณ์คุณเอง ไม่มีการดาวน์โหลดอะไร และไม่มีการส่งข้อมูลไปที่ใด เสียงอ่านอ่านตัวอักษรจีน ไม่ได้อ่านตัวอักษรโรมัน แต่ละเสียงจึงเล่นด้วยพยางค์ที่ใช้สอน เช่น 玻 bō สำหรับ b